เรื่องแปลกบนโลก เรื่องประหลาดบนโลกที่คุณอาจไม่รู้
1. ผีเสื้อรับรสด้วยเท้าของมัน
2. เสียงร้องของเป็ด จะไม่เป็นเสียงสะท้อน (echo) ไม่มีใครรู้ว่าทำไม
3. ในเวลา 10 นาที พายุเฮอริเคน... มีพลังมากกว่า..พลังงานนิวเคลียร์
4. ช้าง..เป็นสัตว์ชนิดเดียวในโลก ที่ไม่สามารถกระโดดได้
5. ผู้หญิง... กระพริบตา...มากกว่า..ผู้ชาย..ถึง 2 เท่า
6. แปลก... ที่มนุษย์เรา... ไม่สามารถเลียข้อศอก...ของตัวเองได้
7. ห้องสมุดที่มหาวิทยาลัยอินเดียนน่า จมลงในดิน 1 นิ้วทุกปี เพราะวิศวกรลืมคำนวณถึงน้ำหนักหนังสือ
8. หอยทาก...สามารถนอนหลับได้ 3 ปี
9. ตาของเรา...จะขนาดเท่าเดิมตลอด...ตั้งแต่เกิด แต่จมูกและหู...จะไม่หยุดโต
10. เก้าอี้ไฟฟ้า (สำหรับประหารชีวิตนักโทษ) ออกแบบโดยหมอฟัน
11. หมีขั้วโลกทุกตัว...จะถนัดมือซ้ายทั้งนั้น
12. สมัยอียิปต์โบราณ พระ...จะถอนขนทุกเส้นในตัวรวมถึงคิ้วและขนตา....โอยยย
13. ตาของนกกระจอกเทศ ใหญ่กว่า...หัวสมอง..ของมันซะอีก
14. คำว่า ...TYPEWRITER ... เป็นศัพท์ที่ยาวที่สุดที่คุณจะนึกออก.....ในแป้นพิมพ์แถวเดียวกัน
15. เกือบทุกคน..ที่อ่านเรื่องนี้... พยายามที่จะเลียข้อศอกของตัวเอง...
เขียนโดย TunGMayZ
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุด
สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุด
สัตว์อวัยวะเพศที่ยาวที่สุดในโลกBarnacle เพรียง คือ สัตว์ที่มีอวัยะเพศ ยาวที่สุดในโลก เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่ติดอยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ การที่ตัวผู้จะผสมพันธุ์กับตัวเมียได้ ตัวผู้จำเป็นต้องยืด แล้วก็ ยืด อวัยวะเพศของตัวเองออกไปตามกระแสน้ำ และกระแสน้ำก็มีผลต่อความยาวของ อวัยวะเพศ ของ เพรียงด้วย คือ ถ้ากระแสน้ำเบา เพรียงจะสามารถยืด อวัยวะเพสไปได้ยาว กว่า เมื่อกระแสน้ำแรง จากการศึกษา ของนักศึกษาชื่อว่า Christopher Neufeld กับ ด็อกเตอร์ Richard Palmer จากมหาวิทยลัย Alberta พบว่า เพรียงสามารถยืดได้ยาวถึง 8 เท่าของความยาวลำตัว( ถ้าเทียบกับคน อวัยวะเพศก็คงยาวราวๆ 13.5 เมตร )
เขียนโดย TunGMayZ
สัตว์อวัยวะเพศที่ยาวที่สุดในโลกBarnacle เพรียง คือ สัตว์ที่มีอวัยะเพศ ยาวที่สุดในโลก เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่ติดอยู่กับที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ การที่ตัวผู้จะผสมพันธุ์กับตัวเมียได้ ตัวผู้จำเป็นต้องยืด แล้วก็ ยืด อวัยวะเพศของตัวเองออกไปตามกระแสน้ำ และกระแสน้ำก็มีผลต่อความยาวของ อวัยวะเพศ ของ เพรียงด้วย คือ ถ้ากระแสน้ำเบา เพรียงจะสามารถยืด อวัยวะเพสไปได้ยาว กว่า เมื่อกระแสน้ำแรง จากการศึกษา ของนักศึกษาชื่อว่า Christopher Neufeld กับ ด็อกเตอร์ Richard Palmer จากมหาวิทยลัย Alberta พบว่า เพรียงสามารถยืดได้ยาวถึง 8 เท่าของความยาวลำตัว( ถ้าเทียบกับคน อวัยวะเพศก็คงยาวราวๆ 13.5 เมตร )
เขียนโดย TunGMayZ
5 'อย่า” เมื่อคุณจะนอน
5 'อย่า” เมื่อคุณจะนอน• อย่าที่ 1 คือ อย่านอนหลับไปพร้อมๆ กับนาฬิกาข้อมือ ก็เพราะขณะที่นาฬิกาเจ้ากรรมทำงานไปเรื่อยๆ นั้น เจ้านาฬิกาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ล้วนปล่อยพลังงานทั้งสิ้น เชื่อมั้ยว่าการใส่นาฬิกาข้อมือนอน จะมีผลต่อสุขภาพระยะยาวเลย• อย่าที่ 2 นี่ สำหรับพวกชอบคุยโทรศัพท์มือถือจนหลับโดยเฉพาะเลย ไม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับโทรศัพท์เท่า นั้น แต่หมายรวมไปถึงการวางโทรศัพท์มือถือไว้ใกล้ๆ ตัวด้วย บางคนที่ชอบใช้มือถือเป็นนาฬิกาปลุกยามเช้า กรุณาเก็บมือถือของท่านไว้ให้ใกลตัวที่สุดเมื่อจะนอนซะเถอะ ไปหาซื้อนาฬิกาปลุกถูกๆ ดีๆ เก๋ๆ มาใช้ดีกว่า เพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า โทรศัพท์มือถือเครื่องจิ๋วเนี่ย จะปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมาขณะเปิดเครื่องไว้ และเจ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ มีผลกับระบบประสาทซะด้วยสิ เพราะฉะนั้น ตอนนอนก็ปิดโทรศัพท์มือถือซะดีกว่า พอปิดโทรศัพท์มือถือเรียบร้อยแล้ว จะวางไว้ใกล้หรือไกลก็หายห่วง• อย่าที่ 3 ง่ายๆ สั้นๆ คือ อย่าหลับพร้อมๆ กับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าขนาดไหน ต้องล้างเครื่องสำอางออกให้หมด เพราะการหลับทั้งๆ ที่เครื่องสำอางยังคาอยู่ที่ผิวหน้านั้น จะก่อให้เกิดปัญหาด้านผิวพรรณระยะยาว กลางคืนคือช่วงเวลาที่ผิวพรรณจะได้พักผ่อนบ้างนะค่ะ• อย่าที่ 4 (สำหรับสาวๆ เท่านั้น) คือ อย่านอนหลับทั้งๆ ที่ยังใส่ยกทรง นักวิ! ทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ค้นพบว่าการใส่ยกทรงนานเกิน 12 ชั่วโมง จะเป็นการเพิ่มอัตราเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งทรวงอกได้ ฉะนั้น ก็อย่าใส่ยกทรงนอนเลย ไม่ต้องกลัวเสียทรง ไม่ต้องกลัวอกแบะ ห่วงชีวิตไว้ก่อนดีกว่า• อย่าที่ 5 อันนี้เหมาะกับทุกเพศเลยนะ“อย่านอนกับสามีหรือภรรยาของคนอื่น” เพราะคุณอาจจะไม่ได้ตื่นอีกเลย …อันนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะค่ะใครที่ยังทำทั้ง 5 อย่าอยู่ หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ
เขียนโดย TunGMayZ
เขียนโดย TunGMayZ
แก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลก
แก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลก
แก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลก ความหวังที่คนไทยรอคอยเรื่องราวของ "เขาพระวิหาร" ที่เป็นกรณีอื้อฉาวระหว่างไทยกับกัมพูชา กำลังเข้มข้นอยู่ในเวลานี้ ผลการเจรจาหรือตอนจบเป็นอย่างไร...ต้องติดตามแบบไม่กะพริบตาและก่อนจะเข้าไคลแมกซ์ถึงจุดที่ว่า คนไทยมีประเด็นเกี่ยวกับมรดกโลกขึ้นมาให้ถกเถียงกันอีกแล้ว เป็นเรื่องของ "กลุ่มป่าแก่งกระจาน" พื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ ที่ถือเป็นศูนย์รวมของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าหลากชนิด เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวผ่าน กลุ่มป่าแก่งกระจานกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการนำเสนอเพื่อเป็นมรดกโลก เป็นการนำเสนอต่อ องค์การยูเนสโก ซึ่งในปัจจุบันมีมรดกโลกทั้งหมด 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 679 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 174 แห่ง และอีก 25 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท ส่วนในประเทศไทยนั้นมีมรดกโลกอยู่ทั้งสิ้น 8 แห่ง และถ้าหากบ้านเราจะมีมรดกโลกเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี ฉะนั้น "กลุ่มป่าแก่งกระจาน" จึงเป็นอีกความหวังในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกดร.ดรรชนี เอมพันธุ์ หัวหน้าภาควิชาอนุรักษวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า บนพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ กลุ่มป่าแก่งกระจานมีการกระจายตัวของเขตภูมิพฤกษ์ รวมถึงสภาพปัจจัยทางสิ่งแวด ล้อมที่เอื้ออำนวย ทั้งสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ และยังมีระบบนิเวศป่าบกถึง 5 ประเภท คือ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ และป่าเต็งรัง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้แก่งกระจานกลายเป็นศูนย์รวมของพันธุ์พืชกว่า 1,199 ชนิด และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าถึง 720 สายพันธุ์ดังนั้น จึงมีความเหมาะสมที่ประเทศไทยจะเสนอให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทาง ธรรมชาติ โดยเสนอผ่านเกณฑ์ความหลากหลายทางชีวภาพ"สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พื้นที่แห่งนี้ได้เป็นมรดกโลก คือการค้นพบ จระเข้น้ำจืด ที่เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ปัจจุบันหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 3 ประเทศทั่วโลกเท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะมีจระเข้ เพราะพบเห็นเพียงร่องรอย แต่ในภายหลังเราได้พบตัวและยังมีการวางไข่อีกด้วย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก" อาจารย์สาวกล่าวอาจารย์ดรรชนี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เอกลักษณ์ของระบบนิเวศของป่าแก่งกระจานก็ไม่แพ้ที่ใดในเอเชีย พื้นที่แห่งนี้ยังถูกประกาศให้เป็น เขตอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่ง รวมถึงเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก อีกด้วย "มั่นใจว่าหากมีการเสนอป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก น่าจะมีโอกาส 70-80% ที่จะได้รับเลือก"อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจารย์สาวแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กังวล นั่นคือการให้ความรู้ความเข้าใจกับคนในพื้นที่ เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับจระเข้ "ชาวบ้านอาจจะทำร้าย หรือเข้าไปรบกวนจระเข้ โดยกระทำลงไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว พบเห็นร่องรอยการมาตั้งแคมป์บริเวณที่อยู่อาศัยของจระเข้ ซึ่งเมื่อจระเข้รู้สึกว่าถูกรุกราน อาจทำให้ย้ายที่อยู่ไปจนถึงหยุดการผสมพันธุ์นำมาซึ่งการสูญพันธุ์ได้"อีกทั้งสิ่งที่อาจารย์สาวพบ คือมีการขโมยไข่จระเข้ไปขายตามใบสั่ง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้บางทีไม่อยากเปิดเผยออกไปสำหรับขั้นตอนในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก อาจารย์ดรรชนีอธิบายว่า สิ่งแรกที่ต้องจัดทำ คือ เอกสารบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อส่งให้กับทางยูเนสโกพิจารณา เป็นการแสดงเจตจำนงว่าประเทศไทยต้องการเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากทางยูเนสโก เขาก็จะอนุญาตให้ส่งแฟ้มข้อมูล (Nomination File) เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันตัดสินใจอีกที ว่าพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่ามากพอที่จะเป็นมรดกโลกหรือไม่"เอกสารที่กล่าวถึงนี้ต้องใช้เวลาในการรวบรวมทั้งสิ้น 1 ปี และเวลานี้เอกสารได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมให้คณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติพิจารณา แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาได้เร็วหรือช้า แต่เวลานี้น่าจะเริ่มต้นได้แล้ว ดังนั้น ความคาดหวังของเราคือการส่งเอกสารนำเสนอให้ทันเส้นตายในเดือนกุมภาพันธ์ของ แต่ละปี ซึ่งจะต้องมีการเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ปี 2010" "อยากบอกว่ายูเนสโก สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญและจับตามองมาก คือการให้ความสำคัญกับพื้นที่ของคนในท้องถิ่นและคนไทยทั้งประเทศ เพราะเขาต้องการทราบว่าการที่เราขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น คนไทยส่วนใหญ่อยากจะได้จริงหรือเปล่า รวมถึงมีการรับรู้และเห็นชอบมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการจัดการ เพราะถ้าพื้นที่ดีมากแต่การจัดการไม่ดี การรักษาให้คงอยู่ก็ทำได้ยาก"
เขียนโดย TunGMayZ
แก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลก ความหวังที่คนไทยรอคอยเรื่องราวของ "เขาพระวิหาร" ที่เป็นกรณีอื้อฉาวระหว่างไทยกับกัมพูชา กำลังเข้มข้นอยู่ในเวลานี้ ผลการเจรจาหรือตอนจบเป็นอย่างไร...ต้องติดตามแบบไม่กะพริบตาและก่อนจะเข้าไคลแมกซ์ถึงจุดที่ว่า คนไทยมีประเด็นเกี่ยวกับมรดกโลกขึ้นมาให้ถกเถียงกันอีกแล้ว เป็นเรื่องของ "กลุ่มป่าแก่งกระจาน" พื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ ที่ถือเป็นศูนย์รวมของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าหลากชนิด เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวผ่าน กลุ่มป่าแก่งกระจานกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการนำเสนอเพื่อเป็นมรดกโลก เป็นการนำเสนอต่อ องค์การยูเนสโก ซึ่งในปัจจุบันมีมรดกโลกทั้งหมด 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 679 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 174 แห่ง และอีก 25 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท ส่วนในประเทศไทยนั้นมีมรดกโลกอยู่ทั้งสิ้น 8 แห่ง และถ้าหากบ้านเราจะมีมรดกโลกเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี ฉะนั้น "กลุ่มป่าแก่งกระจาน" จึงเป็นอีกความหวังในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกดร.ดรรชนี เอมพันธุ์ หัวหน้าภาควิชาอนุรักษวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า บนพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ กลุ่มป่าแก่งกระจานมีการกระจายตัวของเขตภูมิพฤกษ์ รวมถึงสภาพปัจจัยทางสิ่งแวด ล้อมที่เอื้ออำนวย ทั้งสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ และยังมีระบบนิเวศป่าบกถึง 5 ประเภท คือ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ และป่าเต็งรัง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้แก่งกระจานกลายเป็นศูนย์รวมของพันธุ์พืชกว่า 1,199 ชนิด และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าถึง 720 สายพันธุ์ดังนั้น จึงมีความเหมาะสมที่ประเทศไทยจะเสนอให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทาง ธรรมชาติ โดยเสนอผ่านเกณฑ์ความหลากหลายทางชีวภาพ"สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พื้นที่แห่งนี้ได้เป็นมรดกโลก คือการค้นพบ จระเข้น้ำจืด ที่เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ปัจจุบันหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 3 ประเทศทั่วโลกเท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะมีจระเข้ เพราะพบเห็นเพียงร่องรอย แต่ในภายหลังเราได้พบตัวและยังมีการวางไข่อีกด้วย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก" อาจารย์สาวกล่าวอาจารย์ดรรชนี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เอกลักษณ์ของระบบนิเวศของป่าแก่งกระจานก็ไม่แพ้ที่ใดในเอเชีย พื้นที่แห่งนี้ยังถูกประกาศให้เป็น เขตอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่ง รวมถึงเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก อีกด้วย "มั่นใจว่าหากมีการเสนอป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก น่าจะมีโอกาส 70-80% ที่จะได้รับเลือก"อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจารย์สาวแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กังวล นั่นคือการให้ความรู้ความเข้าใจกับคนในพื้นที่ เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับจระเข้ "ชาวบ้านอาจจะทำร้าย หรือเข้าไปรบกวนจระเข้ โดยกระทำลงไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว พบเห็นร่องรอยการมาตั้งแคมป์บริเวณที่อยู่อาศัยของจระเข้ ซึ่งเมื่อจระเข้รู้สึกว่าถูกรุกราน อาจทำให้ย้ายที่อยู่ไปจนถึงหยุดการผสมพันธุ์นำมาซึ่งการสูญพันธุ์ได้"อีกทั้งสิ่งที่อาจารย์สาวพบ คือมีการขโมยไข่จระเข้ไปขายตามใบสั่ง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้บางทีไม่อยากเปิดเผยออกไปสำหรับขั้นตอนในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก อาจารย์ดรรชนีอธิบายว่า สิ่งแรกที่ต้องจัดทำ คือ เอกสารบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อส่งให้กับทางยูเนสโกพิจารณา เป็นการแสดงเจตจำนงว่าประเทศไทยต้องการเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากทางยูเนสโก เขาก็จะอนุญาตให้ส่งแฟ้มข้อมูล (Nomination File) เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันตัดสินใจอีกที ว่าพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่ามากพอที่จะเป็นมรดกโลกหรือไม่"เอกสารที่กล่าวถึงนี้ต้องใช้เวลาในการรวบรวมทั้งสิ้น 1 ปี และเวลานี้เอกสารได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมให้คณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติพิจารณา แล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาได้เร็วหรือช้า แต่เวลานี้น่าจะเริ่มต้นได้แล้ว ดังนั้น ความคาดหวังของเราคือการส่งเอกสารนำเสนอให้ทันเส้นตายในเดือนกุมภาพันธ์ของ แต่ละปี ซึ่งจะต้องมีการเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ปี 2010" "อยากบอกว่ายูเนสโก สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญและจับตามองมาก คือการให้ความสำคัญกับพื้นที่ของคนในท้องถิ่นและคนไทยทั้งประเทศ เพราะเขาต้องการทราบว่าการที่เราขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น คนไทยส่วนใหญ่อยากจะได้จริงหรือเปล่า รวมถึงมีการรับรู้และเห็นชอบมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการจัดการ เพราะถ้าพื้นที่ดีมากแต่การจัดการไม่ดี การรักษาให้คงอยู่ก็ทำได้ยาก"
เขียนโดย TunGMayZ
ปาป้า ปาญ่า อีสานไทย สไตล์ฝรั่ง
ปาป้า ปาญ่า อีสานไทย สไตล์ฝรั่งปาป้า ปาญ่า อีสานไทย สไตล์ฝรั่งคอลัมน์ หิวหรืออิ่มก็ยิ้มพอกันถ้าจะกินไก่ย่างให้แจ๋วแหวว ต้องนึกถึง "โคราช" เอาไว้ก่อน ในยามที่ "สูตรอีสานแท้" หาลำบากยิ่งเข้าไปทุกวี่ทุกวันแต่เกิดมีสิ่งตรงกันข้าม มีศูนย์อาหารแห่งใหม่ อยู่สี่แยกสามย่าน จุดที่อดีตเคยเป็นร้านอาหารเก่าๆ ชื่อดังฝังตัวอยู่หลายร้าน ทุกวันนี้ถูกนำมาแปลงร่างเป็น "จัตุรัสจามจุรีสแควร์" เปิดมาไม่นาน กลายเป็นแหล่งนัดพบปะของเด็กวัยรุ่นแห่งใหม่ มีร้านอาหารชื่อดังหลากหลายมาเปิดประชัน หวังดูดสตังค์เด็กวัยรุ่นกันมากมายฉีก ตลาด แหวกแนวกว่าใครเพื่อน คือร้าน "ปาป้า ปาญ่า" หรือ PapaPaya กึ่งลูกผสมกลมกลืน ชื่อฝรั่ง ขาย "ส้มตำ-ไก่ย่าง-ลาบหมูทอด" อยู่ชั้นหนึ่ง ตรงกลางตึก มีรูปส้มตำปู ไก่ย่างติดอยู่หน้าร้าน คงจะสื่อนัยยะว่า อาหารเด็ดคือ "ไก่ย่าง" ต้องเป็นหนึ่งในเมนูเป็นการนำไก่กระทงบ้านมาหมักด้วยเครื่องเทศและกะทิสด เมื่อนำขึ้นเตาย่าง กลิ่นเครื่องเทศผสมกับกะทิสดจะออกมาหอมหวนพอดิบพอดี เนื้อไก่จะนุ่ม หนังกรอบ"ไก่หนุ่ม" เนื้อไม่เหนียว ย่างออกมาไม่แห้ง กระดูกยังแดงๆ น่ากินชะมัด ได้น้ำจิ้มสูตรของร้านมาช่วยอีกหน่อย..หายห่วง บอกแล้วว่า "ปาป้า ปาญ่า" หนักไปทางไทยอีสาน มีส้มตำปู ส้มตำไข่เค็ม และตำปูนิ่มทอดกรอบ เพื่อความคล่องคอ สั่งต้มแซ่บซี่โครงหมูอ่อนมาอีกอย่างผมมีสูตรการกินอยู่ไม่กี่อย่าง นอกจากรสชาติอาหารจะพอใช้ได้ ไม่ถึงกับ**ะเชะ ไปทุกอย่างที่สั่งขึ้นโต๊ะ แต่องค์ประกอบอื่น ผมยึดถือเป็นหัวใจสำคัญในการกินคือ "อาหารสะอาด" ที่ "ปาป้า ปาญ่า" ผมรับประกัน ทั้งอาหารผักสด ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว แตงกวา และกะหล่ำปลี ไม่มีที่ติเมื่อมาเปิดบริการใน "จัตุรัสจามจุรี" ในแหล่งวัยรุ่น และเป็นวัยรุ่นไฮโซ ถึงจะขายส้มตำ ไก่ย่าง ต้มแซ่บ สิ่งที่ละเลยอีกไม่ได้เด็ดขาดคือ "การตกแต่ง" เจ้าของดูจะมีรสนิยม เพดานสูง โต๊ะ เก้าอี้ เลือกใช้ไม้แท้ๆ เอาผ้าขาวม้าที่มีสีสันสดใสมาหุ้ม ดูสวยงามแบบไทยแท้ ใครแวะเวียนไป "จัตุรัสจามจุรี สแควร์" ลองเข้าไปชิม "ปาป้า ปาญ่า" ดู รับรองไม่มีผิดหวัง
เขียนโดย TunGMayZ
เขียนโดย TunGMayZ
อาคารเบิร์จดูไบ เบิร์จดูไบ
อาคารเบิร์จดูไบ เบิร์จดูไบ
อาคารเบิร์จดูไบ เบิร์จดูไบ (ภาษาอาหรับ: برج دبي , Burj Dubai - หอคอยดูไบ) เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่ง ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านกลางเมืองดูไบ และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะถูกจัดเป็นอาคารระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก กำหนดให้เข้าใช้งานได้ในต้นปี พ.ศ. 2552 ณ โดยจะสร้างให้มีความสูงประมาณ 818 เมตร ในดูไบยังมีโครงการก่อสร้างตึกในชื่อว่า อัลเบิร์จ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบและวางแผน โดยความสูงยังคงถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน โดยประมาณการว่าอาจจะสูงอย่างน้อย 800 เมตรการตกแต่งภายในจะบ่างออกเป็นโรงแรมอาร์มานี 37 ชั้นล่าง โดยชั้น 45 ถึง 108 จะเป็น อพาร์ตเมนต์ โดยที่เหลือจะเป็นออฟฟิศสำนักงาน และชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึก ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ และตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ความเร็ว 18 ม/วินาที (65 กิโลเมตร/ชั่วโมง, 40 ไมล์/ชั่วโมง)เบิร์จอัลอาหรับ เบิร์จอัลอาหรับ (ภาษาอาหรับ: برج العرب , Burj al-Arab) เป็นโรงแรมหรูหราและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูง 321 เมตร (1,053 ฟุต) โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยเชื่อมต่อกับฝั่งผ่านทางสะพาน เบิร์จอัลอาหรับเป็นเจ้าของโดย จูเมราฮ์ การก่อสร้างเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยตัวตึกออกแบบมีลักษณะคล้ายเรือใบ dhow ซึ่งเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ ส่วนห้องในโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับมีลักษณะเป็นห้องสวีตคู่ 202 ห้อง โดยห้องที่เล็กสุดมีขนาด 169 ตารางเมตร (1,819 ตารางฟุต) และห้องใหญ่สุดมีขนาด 780 ตารางเมตร (8,396 ตารางฟุต) และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดในโลก โดยราคาค่าที่พักอยู่เริ่มต้นที่ $1,000 -$15,000 ต่อคืน และห้องที่แพงสุดจะอยู่ที่ราคา $28,000 ต่อคืน
เขียนโดย TunGMayZ
อาคารเบิร์จดูไบ เบิร์จดูไบ (ภาษาอาหรับ: برج دبي , Burj Dubai - หอคอยดูไบ) เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่ง ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านกลางเมืองดูไบ และเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะถูกจัดเป็นอาคารระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก กำหนดให้เข้าใช้งานได้ในต้นปี พ.ศ. 2552 ณ โดยจะสร้างให้มีความสูงประมาณ 818 เมตร ในดูไบยังมีโครงการก่อสร้างตึกในชื่อว่า อัลเบิร์จ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบและวางแผน โดยความสูงยังคงถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน โดยประมาณการว่าอาจจะสูงอย่างน้อย 800 เมตรการตกแต่งภายในจะบ่างออกเป็นโรงแรมอาร์มานี 37 ชั้นล่าง โดยชั้น 45 ถึง 108 จะเป็น อพาร์ตเมนต์ โดยที่เหลือจะเป็นออฟฟิศสำนักงาน และชั้นที่ 123 และ 124 จะเป็นจุดชมวิวของตึก ส่วนบนของตึกจะเป็นเสาอากาศสื่อสาร นอกจากนี้ชั้น 78 จะมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ และตึกนี้จะติดตั้งลิฟต์ที่เร็วที่สุดในโลก ที่ความเร็ว 18 ม/วินาที (65 กิโลเมตร/ชั่วโมง, 40 ไมล์/ชั่วโมง)เบิร์จอัลอาหรับ เบิร์จอัลอาหรับ (ภาษาอาหรับ: برج العرب , Burj al-Arab) เป็นโรงแรมหรูหราและเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูง 321 เมตร (1,053 ฟุต) โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยเชื่อมต่อกับฝั่งผ่านทางสะพาน เบิร์จอัลอาหรับเป็นเจ้าของโดย จูเมราฮ์ การก่อสร้างเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยตัวตึกออกแบบมีลักษณะคล้ายเรือใบ dhow ซึ่งเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ ส่วนห้องในโรงแรมเบิร์จอัลอาหรับมีลักษณะเป็นห้องสวีตคู่ 202 ห้อง โดยห้องที่เล็กสุดมีขนาด 169 ตารางเมตร (1,819 ตารางฟุต) และห้องใหญ่สุดมีขนาด 780 ตารางเมตร (8,396 ตารางฟุต) และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดในโลก โดยราคาค่าที่พักอยู่เริ่มต้นที่ $1,000 -$15,000 ต่อคืน และห้องที่แพงสุดจะอยู่ที่ราคา $28,000 ต่อคืน
เขียนโดย TunGMayZ
เมืองแห่งความมหัศจรรย์
เมืองแห่งความมหัศจรรย์
ดูไบ เมืองแห่งความมหัศจรรย์ ดูไบ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้ง อยู่ทางภาคเหนือของประเทศมีพื้นที่ประมาณ 3,225 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1,674,527 คน ดูไบถือเป็นเมืองแห่งความมหัศจรรย์ เพราะที่ถูกผันแปรจากดินแดนทะเลทรายมาสู่ความมั่งคั่งในการค้า บริการ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางธุรกิจ ไม่จำกัดเฉพาะการค้าน้ำมันแบบก่อนๆ ขณะที่ตึกสูงระฟ้าผุดขึ้นทั่วเมือง รวมถึงตึกสูงสุดในโลกกว่า 180 ชั้นที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ว่ากันว่าเครนที่ใช้งานก่อสร้างในโลกขณะนี้ กว่า 40% อยู่ในดูไบ (โอ้โห) และรายได้หลักของชาวดูไบมาจากหลายทาง ไม่เฉพาะการขายน้ำมันถือที่ถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ เพราะมีการผลิตน้ำมันสู่ตลาดโลกวันละ 2-2.5 ล้านบาร์เรล หากคิดรายได้เป็นเงินไทยตกวันละร่วมหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีไม่มาก และส่วนใหญ่ประชากรเป็นชาวต่างชาติที่เข้าไปอาศัย กว่า 75% ที่นี่จึงนับเป็นเมืองน่าสนใจที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีสูงที่สุดในโลกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดูไบเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าล้ำสมัยไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ และสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและปลอดภัย แต่ที่ดูไบเป็นหนึ่งในลิสต์ของนักท่องเที่ยวหลายคน (โดยเฉพาะนักช้อป) ก็เพราะว่าที่นี่มีการขายสินค้าปลอดภาษี นอกจากนี้ ดูไบยังมีตลาดหรือที่เรียกว่า ซุก (Souk) โดยจะขายสินค้ามากมายหลายอย่าง ซุกที่ขึ้นชื่อก็ย่าน Deira Covered Souk ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของดูไบ นอกจากนี้ หากมาดูไบและไม่ได้พูดถึงหรือไม่ได้มาเดินแถว Gold Souk ก็ถือว่าไม่ได้มาถึงดูไบ เพราะที่นี้ถือเป็นตลาดทองรูปพรรณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แต่ขอเตือนว่าหากมาเดินย่านนี้คงต้องสวมแว่นกันแดดติดตามาด้วย เพื่อความปลอดภัยของสายตาท่าน (ก็แสงแดดที่ส่องสะท้อนมายังทองดูไบดูแล้วเจิดจ้าบาดตาจริงๆ) อะๆ ดูไบไม่ได้มีสถานที่เที่ยวเท่านี้นะ แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันดี...หมู่เกาะต้นปาล์ม หมู่เกาะต้นปาล์ม เป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ในดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ในโครงการจะมีการสร้างทั้งหมด 3 เกาะได้แก่ ปาล์ม Jumeirah, ปาล์ม Deira และ ปาล์ม Jebel Ali
เขียนโดย TunGMayZ
ดูไบ เมืองแห่งความมหัศจรรย์ ดูไบ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้ง อยู่ทางภาคเหนือของประเทศมีพื้นที่ประมาณ 3,225 ตารางกิโลเมตร และมีประชากรประมาณ 1,674,527 คน ดูไบถือเป็นเมืองแห่งความมหัศจรรย์ เพราะที่ถูกผันแปรจากดินแดนทะเลทรายมาสู่ความมั่งคั่งในการค้า บริการ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และศูนย์กลางธุรกิจ ไม่จำกัดเฉพาะการค้าน้ำมันแบบก่อนๆ ขณะที่ตึกสูงระฟ้าผุดขึ้นทั่วเมือง รวมถึงตึกสูงสุดในโลกกว่า 180 ชั้นที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ว่ากันว่าเครนที่ใช้งานก่อสร้างในโลกขณะนี้ กว่า 40% อยู่ในดูไบ (โอ้โห) และรายได้หลักของชาวดูไบมาจากหลายทาง ไม่เฉพาะการขายน้ำมันถือที่ถือว่าเป็นรายได้หลักของประเทศ เพราะมีการผลิตน้ำมันสู่ตลาดโลกวันละ 2-2.5 ล้านบาร์เรล หากคิดรายได้เป็นเงินไทยตกวันละร่วมหมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่มีไม่มาก และส่วนใหญ่ประชากรเป็นชาวต่างชาติที่เข้าไปอาศัย กว่า 75% ที่นี่จึงนับเป็นเมืองน่าสนใจที่สุด ด้วยอัตราการเติบโตของจีดีพีสูงที่สุดในโลกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ดูไบเป็นเมืองที่เรียกได้ว่าล้ำสมัยไปด้วยเทคโนโลยีต่างๆ และสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าสะอาดและปลอดภัย แต่ที่ดูไบเป็นหนึ่งในลิสต์ของนักท่องเที่ยวหลายคน (โดยเฉพาะนักช้อป) ก็เพราะว่าที่นี่มีการขายสินค้าปลอดภาษี นอกจากนี้ ดูไบยังมีตลาดหรือที่เรียกว่า ซุก (Souk) โดยจะขายสินค้ามากมายหลายอย่าง ซุกที่ขึ้นชื่อก็ย่าน Deira Covered Souk ซึ่งถือว่าเป็นตลาดใหญ่ของดูไบ นอกจากนี้ หากมาดูไบและไม่ได้พูดถึงหรือไม่ได้มาเดินแถว Gold Souk ก็ถือว่าไม่ได้มาถึงดูไบ เพราะที่นี้ถือเป็นตลาดทองรูปพรรณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง แต่ขอเตือนว่าหากมาเดินย่านนี้คงต้องสวมแว่นกันแดดติดตามาด้วย เพื่อความปลอดภัยของสายตาท่าน (ก็แสงแดดที่ส่องสะท้อนมายังทองดูไบดูแล้วเจิดจ้าบาดตาจริงๆ) อะๆ ดูไบไม่ได้มีสถานที่เที่ยวเท่านี้นะ แต่จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันดี...หมู่เกาะต้นปาล์ม หมู่เกาะต้นปาล์ม เป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย ในดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศ ในโครงการจะมีการสร้างทั้งหมด 3 เกาะได้แก่ ปาล์ม Jumeirah, ปาล์ม Deira และ ปาล์ม Jebel Ali
เขียนโดย TunGMayZ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
